30 กันยายน 2020

สระบุรี เสาไห้ หนุ่มวัยเบญจเพส ถึงคราวดับ รถตัก หนัก 15 ตัน พลิกทับร่างเสียชีวิตคาที่

วันที่ 15 มกราคม 2563 เวลา 20.30 น. ร.ต.อ.สัมพันธ์ หมื่นพินิจ พนักงานสอบสวน สภ.เสาไห้ จ.สระบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า มีอุบัติเหตุรถตักข้าวโพดขนาดใหญ่ หนัก 15 ตัน พลิกคว่ำตกข้างทางทับร่างคนขับ อยู่ที่ ถ.เลียบคลองชลประทาน หมู่ 8 ต.หัวปลวก อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจุดโคกกระท้อน

เห็นชาวบ้านกำลังมุงดูกันอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้เข้าไปในที่เกิดเหตุ พบ รถตักข้าวโพดขนาดใหญ่สีเหลือง หนัก15ตัน พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าอยู่กลางนา ทับร่าง นาย ชวรินทร์ พุกแป้น อายุ 25ปี เลขที่ 7/13 ถ.จ่าการบุญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตามบัตรประชาชน ซึ่งเป็นคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจึงได้ช่วยกันใช้อุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่างจากหลายจุด มาช่วยงัดร่างคนขับที่รถทับอยู่ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะว่ารถตักข้าวโพดมีน้ำหนักเกินกว่าที่จะช่วยได้ เจ้าหน้าที่จึงได้จับชีพจรคนขับที่นอนหมดสติอยู่ แต่ก็ยังมีชีพจรเต้นอ่อนๆลงทุกที ผลสุดท้ายได้เสียชีวิตลง เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะช่วยออกมาได้ กู้ภัยสว่างจึงได้ประสานไปขอความช่วยเหลือขอรถเครนจากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีน้ำหนักมากถึง 30 ตัน ให้มาช่วยยกรถตักข้าวโพดขึ้น เพื่อจะนำร่างของผู้เสียชีวิตออก แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก จนสามารถ ยกรถตักลอยขึ้นเหนือพื้น และได้ดึงร่างของผู้ตายออกมาได้เป็นผลสำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจร่างกายของผู้เสียชีวิต อยู่ในสภาพ เอวหัก ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง กว่าจะยกรถขึ้นได้ เนื่องจากถนนสูงกว่าพื้นนาข้างทางที่ตกลงไป ร่วม 3 เมตร เจ้าหน้าที่ตรวจจึงได้ให้กู้ภัยสว่างนำร่างผู้เสียชีวิตไปไว้ที่ รพ.เสาไห้ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

จากการสอบถาม นาย ณัฐพงษ์ กวางทอง กู้ภัยสว่างจุดโคกกระท้อน ที่มาในที่เกิดเหตุก่อน เล่าให้ฟังว่า มาถึงที่เกิดเหตุได้ตรวจเช็คชีพจร ยังมีชีพจรเต้นอยู่แต่ต้องรออุปกรณ์มาช่วย และเขาก็เริ่มสิ้นลมไปเรื่อยๆ เพราะน้ำหนักรถมันเยอะเอาไม่ขึ้น ตัดถ่างอะไรก็ใช้ไม่ได้ คนขับไม่รู้สึกตัวอะไรเลย แต่เราได้จับชีพจรและใช้เครื่องวัดยังพอมีชีพจรเต้นอยู่ ถือว่าอ่อน และอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เสียชีวิตลง ส่วนที่ได้ยินมา ได้นำรถตักมาจาก ลานข้าวโพดอีกที่หนึ่ง และจะกลับไปไว้อีก ลานหนึ่ง แถวๆนี้ที่ห้วยป่าหวาย น่าจะหลับในและได้พลิกคว่ำ ลงมาข้างล่างทับตนเอง ชาวบ้านได้ยินเสียงดัง คาดว่าน่าจะขับรถตามเถ้าแก่มา ซึ่งขับอยู่ข้างหน้า เถ้าแก่หันมาไม่เห็นไฟรถว่าหายไปไหน จึงได้ย้อนกลับมาดู จากเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเล่าให้ฟัง


ดาริน พิมมะศร รายงาน

- Advertisement -

Related Articles

สระบุรี เทศกาลกินเจ 16-26 ต.ค.

เทศกาลกินเจ สระบุรี ปี 2563 จัด 10 วัน 10 คืน!! (16-26 ต.ค.63) ณ โรงเจบ้วนเฮงตั๊ว สระบุรี ทุกคืนจะมีการแสดงงิ้วกำหนดการ - วันศุกร์ที่ 16...

สระบุรี มอบใบประกาศเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบและเชิดชูเกียรติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 90 วัน“ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร”

นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรมการจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนภาครัฐภาคเอกชนและสื่อมวลชน พร้อมกับส่วนราชการทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี
- Advertisement -

ข่าววันนี้

สระบุรี เทศกาลกินเจ 16-26 ต.ค.

เทศกาลกินเจ สระบุรี ปี 2563 จัด 10 วัน 10 คืน!! (16-26 ต.ค.63) ณ โรงเจบ้วนเฮงตั๊ว สระบุรี ทุกคืนจะมีการแสดงงิ้วกำหนดการ - วันศุกร์ที่ 16...

สระบุรี มอบใบประกาศเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบและเชิดชูเกียรติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 90 วัน“ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร”

นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรมการจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนภาครัฐภาคเอกชนและสื่อมวลชน พร้อมกับส่วนราชการทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี

น้ำป่าเขาใหญ่ยังเพิ่มขึ้นรื่อยๆ

วันนี้ 29 ก.ย. อุตุฯ แจ้งว่าพื้นที่โคราชยังมีฝน เมื่อคืนพื้นที่อำเภอปากช่อง และอุทยานฯเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง มีฝนตกหนักทั้งคืน ระดับน้ำในลำตะคองในตลาดก็ยังอยู่ในระดับที่สูง แต่ยังไม่หลหลากเข้าบ้านเรือนประชาชน หวั่น! น้ำจากเขาใหญ่ หมูสี ขนงพระ จะมาเติมอีก เย็นนี้ แจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวัง!!! บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมคลอง ระวังน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้าน!!!

สระบุรี แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 63 เวลา 20.30 น.รับแจ้งจาก สภ.แก่งคอย มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนบริเวณ ม.10 บ้านบุใหญ่ ต.ห้วยแห้ง อาสาสมัครใกล้เคียงออกตรวจสอบพร้อมรถน้ำ อบต.ห้วยแห้ง พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ 2 ชั้น มีเปลวเพลิงบริเวณชั้น 2 ของบ้าน รถน้ำดำเนินการฉีดน้ำสกัดเพลิงไว้ได้ใช้เวลาประมาณ 30...
- Advertisement -