สระบุรี.แก่งคอย.สอง ตายายชาว ต.ท่าค้อ เมตตาช่วยเพื่อนบ้าน ค้ำประกันรถยนต์ปิคอัพ กลับถูกฟ้องยึดบ้าน โดยที่ไม่รู้ตัว.

- Advertisement -

วันที่ 13 มิ.ย.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีสองผัวเมีย ไปค้ำประกันรถยนต์ปิ๊กอัพ แล้วถูกยึดบ้านโดยไม่รู้ตัว อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านสองชั้น ครึ่งไม้ ครึ่งปูน พื้นที่ 69 ตารางวา พบ นาง อำไพ โพธิประสิทธิ์ อายุ 60 ปี เล่าให้ฟังด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนเองอยู่กับ นาย สามารถ โพธิประสิทธิ์ อายุ 58 ปี (ซึ่งเป็นสามี) ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว อยู่ อบต.ท่าค้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมลูกหลานร่วม 10 คน

ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งแต่ รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นกระต๊อบอยู่ ตนเองกับสามีได้ทำงาน เพื่อสร้างบ้านหลังนี้ ด้วยน้ำพักน้ำแรง อยู่มาวันหนึ่งได้มี ลุง มาก นพโข๊ะ อายุ 85 ปี เพื่อนบ้านที่มีคนในหมู่บ้านนับหน้าถือตา ได้มาขอร้องให้สามีของตน ไปค้ำประกันรถยนต์ปิ๊กอัพ มือสอง ให้กับ นาย ภาดา ลิ้มรุ่งเรือง อายุ 40 ปี ที่ตนเองไม่รู้จัก เห็นหน้าเพียงแค่ 2-3 ครั้ง และพึ่งมาอาศัยอยู่กับลุงมาก เมื่อ2-3 เดือนที่ผ่านมา ตนเองกับสามีและพี่สาวได้ปรึกษาหารือเรื่องที่จะค้ำประกันรถยนต์ปิ๊กอัพให้กับ นายภาดา ซึ่งพวกตนเองก็ไม่อยากให้สามีไปค้ำประกันรถให้ แต่เนื่องจากมีความเกรงใจลุงมาก เพราะเป็นคนเก่าแก่ในหมู่บ้าน จึงให้สามีไปค้ำประกันรถให้กับนาย ภาดา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แล้ว

- Advertisement -


ต่อมา ได้ 2-3 เดือน นาย ภาดาก็หายหน้าไปจากบ้านของลุงมาก ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2555 จนมาถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ.2563 ได้มีหนังสือมาเตือนค่าเรื่องรถที่ขาดส่ง แล้วไม่นานก็มีหนังสือมาอีก 1 ฉบับ ว่า นายภาดา ไปปราณีปราณอม เรื่องรถแล้ว จนมาถึงเดือนมีนาคม 2563 จู่ๆ ก็ได้มีหมายมาติดยึดบ้านของตนเอง ตนตกใจ เพราะไม่รู้เรื่อง จึงทราบว่าเป็น เรื่องรถของนาย ภาดา ที่ไม่ยอมส่งค่างวดรถคันดังกล่าว ที่ผลัดผ่อนเรื่องรถเอาไว้ ตั้งหลายปีมาแล้ว และได้มีทนายคนหนึ่งได้มาบ้านตนเอง บอกว่าบ้านหลังนี้ เป็นบ้านของเขา ได้ประมูลจากกองบังคับคดีแล้ว แต่ถ้าป้าอยากจะอยู่ต่อ ก็ต้องเช่าอยู่ หรือไม่ก็หาเงินมาซื้อคืน เป็นจำนวนเงิน 800,000 บาท ตนตกใจแทบช๊อก ไม่รู้จะหาเงินมาได้อย่างไร ทนายคนดังกล่าวบอกว่า สงสารป้า ลดให้อีก 200,000 บาท เหลืออีก 600,000 บาท ตนก็ไม่รู้จะไปหามาจากไหน ทนายคนดังกล่าวบอกว่า ถ้าไม่เช่าหรือซื้อคืน และไม่ออกจากบ้าน ภายใน 1 เดือน

- Advertisement -

ก็จะโดนจับทั้งหมดที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ทำให้ตนเองเครียดจัด และสามีก็เครียด ไม่ยอมพูด ไม่ยอมจากับใคร เพราะเครียดเรื่องที่ไปค้ำประกันรถให้เขา จนมาวันหนึ่งตนเครียดจัด หาทางออกไม่ได้ คิดฆ่าตัวตาย จึงได้นำเชือก ขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง เพื่อจะผูกคอตาย จู่ๆ ได้ยินเสียงหลานสาววัย 2 ขวบ ร้องว่าหิวนม ตนจึงได้หยุด และคิดว่า ถ้าตนเองตายไปสักคนนึ่ง ใครจะดูแลลูกหลาน และดูแลเรื่องบ้านที่จะโดนเขายึด จึงไม่คิดฆ่าตัวตาย และจะต่อสู้เพื่อสามี และลูกหลาน เพื่อขอความเป็นธรรมจากศาลแขวงนนทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการที่สามีไปค้ำประกันรถยนต์ปิ๊กอัพ และจะโดนยึดบ้านดังกล่าว

- Advertisement -

ส่วนทางด้าน นาย สามารถ ได้ไปปรึกษากับหัวหน้าคนหนึ่งที่อยู่ อบต.ท่าค้อ เรื่องที่จะโดนยึดบ้าน เพราะไปค้ำประกันรถยนต์ปิ๊กอัพ และเล่าเรื่องให้หัวหน้าตนเองฟังจนทั้งหมด หัวหน้าจึงได้แต่งตั้งทนายให้มาช่วยเหลือครอบครัวของตน จึงได้ทำเรื่องไปถึงศาลแขวงนนทบุรี เพื่อขอให้ศาลชะลอการยึดบ้าน ของนาย สามารถ โพธิประสิทธิ์ ไว้ก่อน จากกองบังคับคดี และศาลแขวงนนทบุรี ได้นัดให้มาฟังคำวินิจฉัย ในวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ต่อไป.

- Advertisement -

ร่วมเป็นผู้สนับสนุน Saraburinews.com

โอนเงิน บัญชีกรุงศรี ฯ 149-914-2926 “หนังสือพิมพ์สระบุรีนิวส์”
เพื่อให้เรามีกำลังในการผลิตเนื้อหาสาระแบบนี้ต่อไป ขอบพระคุณมากครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE สระบุรีนิวส์ ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

ข่าวแนะนำ

ข่าวแนะนำ