“สรุปเรื่อง COVID-19 เมื่อครบ 4 เดือน” ควรรู้

ข่าววันนี้

- Advertisement -

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.63 นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chalermchai Boonyaleepun เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเนื้อหาระบุว่า “สรุปเรื่อง COVID-19 เมื่อครบ 4 เดือน”
.
1) ชื่อโรค : COVID-19
Corona Virus Disease 2019
.
2) ชื่อเชื้อโรค : SARS CoV2
Severe Acute Respiratory Syndrome Corona Virus 2

.
3)ลักษณะเชื้อโรค
3.1) เป็นไวรัสในตระกูลโคโรนาลำดับที่ 7
3.2) มีขนาด 0.12 ไมครอน (120 นาโนเมตร) โดยฝุ่น PM 2.5 มีขนาด 2.5 ไมครอน
.
4) การแพร่กระจายของเชื้อโรค
แพร่ผ่านฝอยละออง (Droplet) ขนาด 5 ไมครอน ของสิ่งคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ ได้แก่ น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ
.
5) เชื้อโรคแพร่ไปได้ไกลมากน้อยเพียงใด
เชื้อสามารถแพร่โดยการพูดได้ประมาณ 1 เมตร และโดยการไอหรือจามปกติประมาณ 2 เมตร
.

- Advertisement -

6) เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ทางไหนบ้าง
เชื้อโรคผ่านเข้าเยื่อบุต่างๆที่บอบบางกว่าทางผิวหนัง ได้แก่ เยื่อบุตา เยื่อบุจมูก และเยื่อบุในช่องปาก
.
7) ระยะฟักตัว
เชื้อโรคจะปรากฎอาการเร็วที่สุดคือ 1 วัน และส่วนใหญ่ไม่เกิน 14 วัน ค่าเฉลี่ยของระยะฟักตัวคือ 5 วัน
.
อาการของโรค
ไข้เป็นอาการเด่น (88%) ไอแห้ง (68%) เพลีย (38%) ไอมีเสมหะ (32%)
.
9) ความรุนแรงของโรค
ในกรณีที่มีปอดอักเสบรุนแรง ทำให้เสียชีวิตได้ มีอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ป่วยมีอาการ 6-7%
.
10) กลุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคปอด โรคหัวใจ โรคอ้วน และมะเร็ง เป็นต้น
โดยผู้มีอายุต่ำกว่า 50 ปี เสียชีวิตไม่เกิน 1%
50-59 ปี เสียชีวิต 1.3%
60-69 ปี เสียชีวิต 3.6%
70-79 ปี เสียชีวิต 8.0%

80 ปี เสียชีวิต 14.8%
.
11) การป้องกันตนเองเพื่อลดความเสี่ยง
11.1) ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที
11.2) ทำความสะอาดมือด้วย 70% แอลกอฮอล์ เมื่อไม่สะดวกที่จะล้างมือ
11.3) ห้ามนำมือมาขยี้ตา แคะจมูก หรือเข้าช่องปาก
11.4) ไม่ทานอาหารโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆร่วมกับผู้อื่น
11.5) สวมใส่หน้ากากผ้าคุณภาพดี หรือหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านหรือมีความเสี่ยง
11.6) พยายามมีระยะห่างทางสังคมกับผู้คนรอบข้างอย่างน้อย 2 เมตร

.
12) แนวทางทั่วโลกในการรับมือโรคระบาด
12.1) แนวทางปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จนมีภูมิคุ้มกันหมู่ในที่สุด แต่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก
12.2) แนวทางปิดบ้านและปิดเมืองแบบเข้มข้น จะคุมโรคให้สงบได้เร็ว แต่จะไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ ทำให้เปิดประเทศไม่ได้
12.3) แนวทางผ่อนหนักผ่อนเบา คือใช้มาตรการต่าง ๆ มีหลากหลาย เพื่อให้จำนวนผู้ป่วยอยู่ในจำนวนที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้ และรอเวลาให้คิดค้นยาหรือวัคซีนสำเร็จ
.
13) การรักษา : ณ ปัจจุบันยังไม่มียาใหม่ที่สามารถรักษาโรคโควิด19ได้ คงมีแต่การทดลองใช้ยาเดิมที่เคยใช้ได้ผลในการรักษาโรคติดเชื้อจากไวรัสชนิดต่างๆซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง
.
14) การป้องกัน : คือการคิดค้นวัคซีนสำเร็จ ซึ่งการผลิตวัคซีนที่ใช้กับคนหมู่มากต้องใช้เวลาเฉลี่ย 2-5 ปี สำหรับวัคซีนโควิด-19 มีการเร่งทดลองกันมากกว่า 100 โครงการ คาดว่าเร็วที่สุดต้องใช้เวลาอีก 12 เดือน
.
15) ผลกระทบจากโควิด19
15.1) ผลกระทบในมิติสาธารณสุข มีผู้ติดเชื้อนับล้านราย และเสียชีวิตนับแสนราย ในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก
15.2) ผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ ทำให้คนตกงานจำนวนมากธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายมาก ขาดรายได้ ใช้เงินออมจนหมด
15.3) ผลกระทบในมิติสังคม ทำให้ประชากรมีความทุกข์ ความเครียด เกิดข้อจำกัดมากมายในการดำเนินชีวิต ทั้งทางด้านการทำงาน การศึกษาเล่าเรียน การพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมและศาสนา
.
16)วิถีชีวิตปกติแบบใหม่ (New Normal)
จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและอย่างรวดเร็ว โดยการแพร่เชื้อและความรุนแรงของไวรัสจะเป็นตัวกำหนด แทนที่มนุษย์จะเป็นผู้กำหนด
.
17)อนาคต : โรคคงจะสงบลงในระยะ 1-3 ปี โดยขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของการคิดค้นวัคซีน และมีความเป็นไปได้ในระยะเวลาไม่นานนัก (ไม่เกิน 10 ปี) ก็อาจจะมีโรคระบาดทำนองนี้เกิดขึ้นอีก (SARS ปี 2003 , MERS ปี 2012, COVID-19 ปี 2020) สังคมโลกควรเตรียมปรับวิถีชีวิตให้มีภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยง เมื่อโรคระบาดครั้งใหม่มาเยียนมนุษยชาติอีกครั้ง

- Advertisement -

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE สระบุรีนิวส์ ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

ข่าวแนะนำ